
สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกๆทาน วันนี้ไม่มีเมนูอาหาร มาฝากสายตาเพื่อนๆกันนะคะเพราะพอดีน้องสาวมาหาคุณแม่ที่บ้านและซื้อของติดไม้ติดมือรวมถึงอาหารการกินมาฝากด้วยค่ะ ก็เลยตัดเมนูมื้อของวันนี้ออกไปค่ะ วันนี้อ้อมก็จะมาเขียนเล่าเรื่องการป่วย ของอ้อมให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะเมื่อ เดือนที่แล้วต้นเดือนสิงหาคมพร้อมเริ่มมีอาการ ช้ำดำเขียวทั้งขาและแขน สะโพก เป็นจ้ำ เล็กบ้างใหญ่บ้างค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าคงจะไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็หายไปเองก็เมื่อก่อนก็เคยเป็นอยู่บ่อยตอนขายของอยู่ที่เกาะพะงัน แต่ตอนนั้นมันขึ้นไม่เยอะมันขึ้นแค่จ้ำ 2 จ้ำไม่เหมือนกับตอนนี้ก็มีกังวลนิดหน่อยค่ะ ก่อนหน้านี้อ้อมเข้าไปในสวนทำสวนปลูกผักสวนครัวตัดหญ้ารวมถึงเลี้ยงสัตว์ก็ซึ่ง เป็นงานหนักพอสมควรค่ะ พูดจริงหนักกว่าเป็นแม่ครัวที่อยู่หน้าเตาไฟ หลายเท่า ทำกันอย่างเอาจริงเอาจัง คิดในใจเพียงว่า ทำเองดีกว่า จ้าง จนตัวเองไม่สบายรู้สึกปวดหัวและเมื่อยตัว ก็พักผ่อนไปค่ะส่วนสามี ยังคงทำหน้าที่เดิม อ้อม ก็เข้าตามไปทุกครั้งค่ะ ดูอยู่ห่างๆ ก็เริ่มเป็นผื่นเยอะขึ้นจ้ำจ้ำๆ เขียวๆ ดำๆ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม เวลาผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์อ้อมก็ยังคง ดูอาการตัวเองอยู่ค่ะมีไข้ช่วงตอนกลางคืนแค่ปวดหัวก็หายาพาราเซตามอลทานเองค่ะสว่าง อาการปวดหัวก็หายไปก็ตามสามีเข้าไปในสวนเหมือนกับทุกๆวันค่ะแต่พอตกกลางคืนกลับมาในบางวันแจ่มเขียวๆแดงๆก็มากขึ้น และ แก้มสีเขียวมีบริเวณ กว้างขึ้น อีกอย่างบวมด้วยเป็น เม็ดแข็งแข็งด้านในถ้าเอามือไปจับ ไปกดก็จะมีอาการเจ็บค่ะก็เลยหาสมุนไพรเช่นว่านหางจระเข้แตงกวาน้ำอุ่นมาประคบก็เริ่มหาสมุนไพรทานอย่างเช่นใบบัวบกนำมาปั่นเป็นน้ำแล้วทานว่านหางจระเข้ทานกับสับปะรดปั่น


อาการพวกช้ำดำเขียวมันก็ทุเลาลงค่ะ มันจะเริ่มจางลงภายใน 1 อาทิตย์แต่จะมี อาการพกช้ำดำเขียวจุดใหม่ขึ้นมาอีก เล็กใหญ่ก็ผสมกันไปค่ะตอนแรกมันก็จะเป็นสีอ่อนๆ อ้อม ผิวขาว จะสังเกตง่ายมากค่ะรู้สึกกังวล จากนั้นก็มาขึ้นที่แขนแบบอาการรุนแรง เมื่อยมือไม่ค่อยมีแรงปวดข้อ และมีอาการพกช้ำดำเขียวที่แขนเป็นบริเวณกว้างและมีจุดแข็งข้างในรู้สึกว่าตอนนั้นก่อนที่จะไปหาหมอเป็นจุดนี้ใหญ่ค่ะ ก็เลยรู้สึกกลัวคิดไปคิดมาชวนสามีไปหาหมอดีกว่าตอนแรก ญาติแนะนำหมอที่โรงพยาบาลตรังแต่ตอนนั้นผอมไปนะเวลา 15:00 น กว่าๆ ที่โรงพยาบาลกลางทางเข้าบขสตรัง โรงพยาบาลอยู่ปากทางเข้าเลยค่ะเมื่อไปถึงวัดความดันความดันอยู่ที่ 81-48 ซึ่งหมอก็กำลังออกจากห้องพอดีน้องพยาบาลเขาวัดให้น้องพยาบาลบอกว่าพี่จะเป็นลมไหมป้อมก็บอกว่าไม่ค่ะพี่ไม่ได้เป็นอะไรแค่มาหาหมออาการพกช้ำดำเขียวเป็นแล้วไม่หายก็อธิบายไปค่ะแต่พอดีหมอหมดเวลาตรวจแล้วเพราะมีรถพยาบาลมาคอยอยู่ด้านหน้าน่าจะมีธุระจำเป็นค่ะและน้องเขาก็บอกว่าให้พี่ขับรถไปที่โรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมืองเลย เขาก็เขียนเอกสารอะไรบางอย่างให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆน่าจะเป็นเพราะน้องพยาบาลวัดความดันให้อย่างเดียวเลยไม่มีค่ารักษาป้อมก็ออกจากโรงพยาบาลตรัง ก่อนออกสามีถามว่าถนัดไหมที่จะไปโรงพยาบาลใหญ่ของตรังเพราะอย่างไรก็ต้องเสียเงินเหมือนกันเพราะอ้อมไม่ใช่เป็นคนไข้ตามสำเนาที่อยู่ที่นี่

อ้อมบอกว่าก้อนก็ไม่ค่อยถนัดนะอ้อมขอไปเอกชนได้ไหมไหนๆก็เสียตังค์เหมือนกัน สามีก็ขับรถไปโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง
เมื่อไปถึงก็ใกล้จะ 16:00 น แล้วค่ะรู้สึกว่าตอนนั้น วัดความดัน อีกครั้งอยู่ที่ 96- 60 รู้สึกว่าดีกว่าเก่าค่ะ แต่ผมก็ไม่ได้พูดถึงความดันที่วัดมาก่อนหน้านี้เป็นเพราะมีกังวลแน่เลยจิตใจสำคัญค่ะคุณเพื่อนๆมันสามารถทำร้ายตัวเราได้ต้องคิดแบบนั้นตอนนี้ จากนั้น พยาบาลก็ถามสถานีต่างๆก่อนที่จะเกิดรอยพกช้ำดำเขียว การพักผ่อนการออกกำลังกายการกิน อะไรประมาณนี้ค่ะ เมื่อพยาบาลซักถามเสร็จแล้วพยาบาลก็ให้ไปนั่งรอ คุณหมอที่หน้าห้องตรวจค่ะ รอคุณหมอไม่นานค่ะก็ได้เข้าห้องตรวจแล้ว คุณหมอดูอาการรอยพกช้ำดำเขียวคุณหมอทอด ไม่สบายใจอะไรมากเพราะพยาบาลเขียนมาให้หมดแล้วคุณหมอก็ให้ไปตรวจเลือด ที่แขนพับซ้ายหรือขวาก็ได้ 2 หลอดจะไป 2 ครั้งค่ะ และ เจาะที่หูเพื่อ เก็บความ ไหลเวียน ของเลือด 1 ครั้งค่ะ บ้านเช่าห้องเจาะเลือดแขนซ้าย 2 หลอดใช้เวลาไม่นานค่ะ และไม่เจ็บ พยาบาลน่ารักมือเบามากค่ะ รอสักประมาณ 5 นาที น่าจะได้พยาบาลก็มาตามไปเจาะเลือดที่หู ตอนเจาะที่มือนั่งค่ะตอนนี้เจาะที่หูต้องนอน นอนตะแคง ฝา เพื่อให้พยาบาลเจาะหูเจาะไม่ลึกค่ะเจาะแค่ นิดเดียว พยาบาลใช้สำลี กลับแล้วจับเวลา ซึ่งเป็นที่น่าตกใจเพราะเจาะมาแล้วเลือดไม่หยุดเลือดออก เยอะงดช้า น้องพยาบาลบอกว่าของคนอื่นๆ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็งดแล้วค่ะ สามีก็เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องพยาบาลก็ถามว่าญาติใช่ไหมคะพร้อมก็ตอบว่าญาติค่ะแกคงเป็นห่วง ก็แกเดินไปเดินมาจนพยาบาลไม่ค่อยมีสติ แล้ว ฮ่าๆๆ พยาบาล น้องเขาใจดีมากน้องเขาก็เรียกสามีเข้ามาสามีก็ถามพยาบาลว่าทำไม เห็นใช้สำลีซับที่หูอยู่บ่อยๆ น้องพยาบาลก็บอกว่าเก็บ การหมุนเวียนของเลือดการไหลเวียนเลือดกี่นาทีเลือดเสียงดแต่ของพี่เขาเลือดงดช้ามาก ของคนอื่น 3-4 นาทีเลือดก็งดแล้ว น้องพยาบาลก็ใช้สำลีเช็ดไปเรื่อยๆเห็นแล้วเห็นเหล้าและจับเวลาไปด้วย ไปกับพี่เวลา 21 นาทีพี่อ้อมต้องนอนตะแคง อยู่บนเตียงถามว่าเครียดไหมก็เครียดค่ะเพราะพยาบาลบอกแบบนั้นว่าทำไมเลือดมันไม่งด เพราะน้องเขาเจาะแค่นิดเดียวเอง ในใจนี่สารพัดโรคที่มารุมเร้าที่นึกจินตนาการไป สามี น่าจะเห็นสีหน้าอ้อมที่นอนแคงอยู่บนเตียง สามีก็บอกว่าไม่ต้องคิดมากหรอกอ้อมนอนดูลมหายใจเข้าออกไปยังมีประโยชน์กว่า ความเชื่อสามีค่ะพ่อมันรู้สึกโล่งขึ้นมาจริงๆนะคะ
เมื่อได้เก็บเลือด ไปห้องแลปทั้ง 3 หลอดแล้ว

ก็ไปนั่งรอหมอฟังผลอยู่หน้าห้อง โรงพยาบาลน่ารักอีกหลายคน เราๆ 30 นาทีค่ะ นั่งรอผลเลือดเมื่อได้เวลาน้องพยาบาลก็เรียกพบหมอค่ะครั้งนี้ไม่ใช่พบหมอผู้ชายคนที่สั่งให้เอาเลือดไปตรวจตอนนี้เป็นหมอผู้หญิงค่ะ
แล้วก็ซักไซ้อาการอีกครั้งค่ะ
และหมอก็ได้ค่าเลือดมาทั้ง 3 ตัวแล้ว ผลเลือดออกมา เกล็ดเลือดต่ำ คุณหมอบอกว่าแต่ก็ไม่ต่ำมาก ส่วนการหมุนเวียนของเลือดเลือดหยุดไหลช้ามากค่ะคุณหมอบอกว่าให้พักผ่อนไม่ให้ทำงานเลยให้พักผ่อนก่อนช่วงนี้ สาเหตุหมอไม่รู้แน่ชัดค่ะว่าเกิดมาจากอะไร อาจจะเป็นโรคพุ่มพวงก็ต้องดูกันไปค่ะ สวนเกร็ดเลือดขาวค่ายังปกติเกร็ดเลือดแดงก็ปกติ
ต้องรอเจาะอีก 2 - 3 รอบวัดค่าของเลือดบ่อยๆเดือนละครั้งประมาณนั้นค่ะที่คุณหมอพูดให้ฟัง อ้อม ก็มีอาการกลัว ที่คุณหมอพูด
คุณหมอบอกว่ารออีก 1 เดือนถ้ายังเป็นแผลฟกช้ำดำเขียวแบบนี้อีก ให้กลับมาหาหมออีกครั้งที่นี่หรือจะไปโรงพยาบาลของรัฐก็ได้คือโรงพยาบาลตรังค่ะ คุณหมอจะเจาะจับตรวจดู จากนั้นก็ตามด้วยตรวจเจาะไขสันหลัง ซึ่งแน่นอนค่ะอ้อมกลัวมากตอนนั้นบอกได้เลยอ้อมแค่คิดในใจว่าอ้อมจะขอรักษาเพียงแค่นี้พร้อมจะกลับไปหาสมุนไพรทาน และมันออกกำลังกายไม่คิดมากจะพยายามวางๆปรงๆทุกๆอย่าง
ปฏิญาณไว้อย่างนั้นค่ะในใจต่อหน้าหมอ

เมื่อคุณหมอคุยให้ฟังเรื่องการพักผ่อนและทำจิตใจให้สบายก่อน ที่จะเน้นย้ำว่าห้ามทำงานหนักเด็ดขาดเพราะเส้นเลือดฝอยเปราะมากมันฉีกขาดได้ง่าย อ้อมก็ไม่ถามอะไรคุณหมอไปมากมายหรอกค่ะเพราะในใจคิดแต่ว่าอยากรู้ค่าเลือดไม่อยากจะถามอะไรไปมากกว่านี้
คุณหมอก็เขียนใบนัดไว้ให้ค่ะแบบคลุมทั้ง 2 โรงพยาบาลป้อมจะไปโรงพยาบาลตรังก็ได้แค่เอาใบนัดหมอให้โรงพยาบาลก็ได้แล้วค่ะสะดวกจะมาโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรังก็ได้ค่ะแล้วแต่เราสะดวก แต่อ้อมไม่อยากจะไปแล้วค่ะบอกตรงๆ ถ้าไปแล้วเกิดหมอบอกว่าเป็นโรคนู้นโรคนี้อ้อมยังทำใจไม่ได้อยากจะอยู่ แบบไม่รู้ดูและสังเกตตัวเองไปดีกว่าหาสมุนไพรมาทานรวมถึงวิตามินต่างๆก็หาซื้อมาทานในช่วงนี้มื้อละเป็นกำแล้วค่ะทานไปตอนนี้อาการก็เริ่มจะดีขึ้นกว่าเก่าแผลจ้ำเขียวเป็นใหม่แล้วก็หายไวกว่าเก่า แต่อาการเมื่อยก็ยังคงมีบ้างในบางครั้งค่ะ แค่ตอนนี้เอามือไปตีหรือไปเกานิดหน่อย เม็ดเลือดก็แตกกระจายแล้วค่ะ รูปนี้ถ่ายเมื่อ 2 วันที่แล้วอาการเริ่มทุเลาแล้วค่ะ ตอนแรกก็กะว่าจะไม่เขียนเรื่องแบบนี้ลงแต่คิดคิดแล้วก็เขียนลงดีกว่าเผื่อเพื่อนๆจะมีข้อมูลมาบอกอ้อมบ้างว่าใครจะเจอปัญหาร่างกายแบบนี้บ้างการเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะก็รักษากันตามอาการ วันนี้ก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ค่ะตอนนี้ วันนี้อ้อมขอลาไปก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะ
ผมไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยครับ อ่านตอนต้นแรกๆ ก็น่กลัวและนั่งลุ้นตามตอนเจาะเลือด ฟังผลหมอครับ สรุปคือ หมอยังไม่ทราบแน่ชัดใช่ไหมครับว่า โรคอะไรกันแน่ แต่ยังดีที่ทุเลาลงครับ ยังไงก็ขอใหคุณอ้อมหายเป็นปกติไวๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณมากค่ะคุณโจ้ วันนี้ดีขึ้นมากค่ะ
ทายา ทานสมุนไพร พอแก่ตัวลง เหมือนสุภาษิตคนโบราณว่าไว้ว่า
กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง
ขอบคุณคุณโจ้ที่ให้กำลังใจกันตลอดค่ะ
ขอให้ครอบครัวคุณโจมี แต่ความสุขความเจริญ ยิ่งๆขึ้นไปค่ะ❤🙏🙏🙏
Congratulations @sunisa! You have completed the following achievement on the Hive blockchain and have been rewarded with new badge(s) :
You can view your badges on your board and compare yourself to others in the Ranking
If you no longer want to receive notifications, reply to this comment with the word
STOPTo support your work, I also upvoted your post!
Check out the last post from @hivebuzz:
Thank You
You're welcome @sunisa 🌹
มีข้อมูลเพิ่ม อย่าใช้ยาฟารา แก้ปวดหัว มีสารพิษเยอะไป
ลองยาแอสไพริน ดีกว่า
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/ยาแอสไพริน-ช่วยป้องกันโ/
แต่ต้องให้หมอเขียนใบสั่งยาให้ (บริษัทยาจะได้ขายยาแพงได้)
เราคิดว่าควรมีของญี่ปุ่น ที่ไม่มีสารกัดกระเพาะดีกว่า สั่งมาตุนไว้ก่อน
เราเองก็จะสั่งมาตุนไว้เช่นกัน. เรากำลังตุนยาไว้สำหรับปีหน้า ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้เอาไว้ช่วยชีวิตคนในบ้านได้บ้าง
คุณควรจะกินแอสไพรินหนึ่งเม็ดทุกสามวัน เพื่อช่วยหลอดเลือดในสมองไม่ให้อุดตัน จะได้ไม่เป็นอัมพฤติ
อย่าลืมให้ทุกคนในครอบครัว กินฟ้าทะลายโจร เช้าเย็น สองเม็ด ดื่มน้ำขิง ชาจีน ชาเขียวร้อน นํ้าผลไม้ และผลไม้ที่บอกไปแล้ว พวกเขาจะได้ไล่โปรตีนหนามแหลม ให้ออกไปจากร่างกายทุกวัน และเป็นการลดอาการอับเสบภายในด้วย
โคโรนาไวรัส ถูกออกแบบมาให้ลดประชากรโลก ประมาณ สองพันล้านคน ภายในปี 2030. Agenda 21 หรือ 2030
แชร์คลิปด้วยก็ดีเหมือนกัน
ขอบคุณค่ะอ้อมพยายามดูแลตัวเองให้มากที่สุดค่ะ
ดีเหมือนกันคะกับการตุนยา อ้อมกับแฟนก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ😍🥰
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4381344781954992&id=100002385395993